อยากขายหมูปิ้งจะเริ่มต้นอย่างไรดี

//อยากขายหมูปิ้งจะเริ่มต้นอย่างไรดี

อยากขายหมูปิ้งจะเริ่มต้นอย่างไรดี

 สวัสดีครับ วันนี้บูตะหมูปิ้ง จะมาบอกเล่าแนวทางและวิธีการที่ จะเริ่มขายหมูปิ้งกันครับ

เอ๋!!….อยากขายหมูปิ้งต้องเริ่มยังไงดีน่าเรามาเริ่มกันเลยครับ  ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรที่อยากจะทำให้คุณอยากมาขายหมูปิ้งก็แล้วแต่  ผมว่าคุณควรสำรวจตัวเองก่อนว่าเหมาะกับอาชีพนี้ไหม และควรหาข้อมูลอื่นๆมาประกอบเพื่อตัดสินใจลงทุนครับ ผมแนะนำไว้ตามนี้ครับ

1.สำรวจตัวเองก่อน

ก่อนจะมาเริ่มขายหมูปิ้งเองหลายๆๆ คนส่วนใหญ่แล้วก็จะทำอาชีพอื่นๆๆ กันมาทั้งนั้น แล้วอาชีพขายหมูปิ้งนี้หละต้องทำกันยังไง??
ข้อแรกเลยครับคุณต้องเป็นคนที่ชอบตื่นตั้งแต่เช้า  ก็เพราะว่าหมูปิ้งนั้นจะขายดีเฉพาะช่วงเช้าที่คนเร่งรีบไปทำงาน แล้วควรตื่นประมาณเท่าไหร่ดีหละ ก็ต้องแล้วแต่ระยะทางกับเวลาเตรียมตัวว่าคุณใช้เวลานานไหม  ถ้าจุดขายไม่ได้ไกลจากบ้านไปมาก ก็ควรจะตื่นสักตี4 ครึ่ง หรือ ตี5 เตรียมหมูปิ้ง นึ่งข้าวเหนียว และเตรียมอุปกรณ์ อื่นๆๆ ในการขาย โอ้โฮ้จะไหวไหมเนี้ย!! แต่ก็สู้ๆๆน่ะ กว่าจะขายเสร็จก็ประมาณ 09:00 ใครที่ทำงาน08:00 แล้วอยากจะทำหมูปิ้งเป็นรายได้เสริม อาจจะติดปัญหาได้ครับ อาจจะต้องหาคนอื่นมาดูแลแทนตั้งแต่ช่วง07:00เพราะต้องไปทำงาน08:00   ส่วนคนที่ทำงาน10:00 หรือไม่มีงานประจำทำ ก็สบายครับ
ข้อที่สองคือ…  ความอดทนครับ  แต่ละคนมีไม่เท่ากัน และทนแต่ละอย่างได้ไม่เหมือนกันครับ ทนอะไรหรือครับ ก็..
1. จะเป็นความร้อนที่มาจากเตาย่างหมูปิ้งนั้นเอง ถ้าเพื่อนๆๆสังเกตุจะเห็น พ่อค้า แม่ค้า บางคนมีผ้าปิดหน้าใส่เสื้อแขนยาวย่างหมูปิ้ง ทำไมครับ  ก็เพราะความร้อนจากเตานี้แหละครับ ทำให้เรารู้สึกร้อนทั้งแขนทั้งหน้าจนต้องหาอะไรมาปิดครับ   บางท่านอาจจะแย้งมาครับว่าผมก็เคยย่างหลายๆๆอย่างทานไม่เห็นจะร้อนเลย อ๋อใช่ครับท่านอาจจะย่างแค่5หรือ10นาที  แต่นี้แม่ค้าย่างตั้งแต่ 05:30-09:00 รวมแล้วก็ประมาณ 3ชั่วโมงครึ่งครับ รับรองร้อนแน่นอนครับ หากแม่ค้าคนไหนยังรักสวยรักงามเอามากๆๆ ก็คงไม่เหมาะครับ เพราะความร้อนจากเตาจะส่งผลต่อผิวหน้าของเธอแน่นอนครับ
2.ความละเอียดละออ ในการปั้นหมูปิ้ง  หมูปิ้งนมสดที่รับจากร้านไปจะอยูในสภาพแช่เเข็ง ทำให้ต้องทำให้หายเย็นแล้วค่อยๆๆ แกะออกมา หลังจากนั้นจะต้องปั้นให้สวยก่อนที่จะนำหมูปิ้งไปย่างไฟ โดยในการปั้นเพื่อให้หมูปิ้งออกมาสวยและน่าทาน จะต้องใช้การฝึกฝนนิดหน่อยก็จะสามารถปั้นออกมาได้สวยงามแล้วครับ

2.กำหนดกลุ่มลูกค้า และทำเลในการขาย

หมูปิ้งนั้นถือว่าเป็นอาหารที่คนไทยนิยมทานกันมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าครับ  ช่วงเย็นก็อาจจะมีบ้างครับแต่ก็จะสู้ช่วงเช้าไม่ได้  เพราะอะไรกันครับ???  ก็เพราะช่วงเช้าเป็นช่วงที่ผู้คนเร่งรีบไปทำงาน  บางคนตื่นสายบ้าง  บางคนไม่อยากทำกับข้าวเช้าบ้าง  สารพัดเหตุผลของแต่ละคนครับ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเรานี้ก็จะมีความเกี่ยวโยงไปที่ทำเลด้วยครับ  ผมจึงนำเอาสองหัวข้อนี้มารวมกันเลยครับจะได้มองเห็น ภาพที่ชัดเจนได้ดียิ่งขึ้น กลุ่มลูกค้าก็จะแบ่งออกไปตามอาชีพของแต่ละคนดังนี้ครับ
1.กลุ่มลูกค้าที่เป็นเด็กนักเรียน ทั้งชั้นอนุบาล ชั้นประถม ชั้นมัธยม หรือมหาวิทยาลัย กลุ่มนี้ขายดีขายง่าย ขายได้เร็วครับ  เพราะมีกำลังเยอะพอสมควร  มีความเร่งรีบในการไปเรียน ทำให้หมูปิ้งเป็นทางเลือกอันดับต้นๆๆ ของคนกลุ่มนี้ครับ  ส่วนทำเลก็ตามด้านหน้าหรือด้านข้างโรงเรียนเลยครับ แถวประตูทางเข้า
2.กลุ่มคนทำงาน กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มหลักครับ เพราะ มีกำลังในการซื้อมากที่สุด มีความเร่งรีบในการไปทำงาน ดังนั้นหมูปิ้งจึงตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้เต็มๆครับ  ส่วนทำเลก็มีหลายหลายครับ เช่น หน้าโรงงาน หน้านิคมอุตสาหกรรม หน้าสถานที่ราชการต่างๆ ริมถนนสายหลักฝั่งวิ่งเข้าเมือง ใกล้ๆหอพัก หรือทางผ่านที่มีการเดินทางไปทำงาน

3.กลุ่มประชาชนทั่วไป กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายมากครับ มีกำลังในการซื้อมากพอสมควร มีความเร่งรีบในการเดินทาง ไปทำธุระต่างๆ ไปเที่ยว หรืออื่นๆ  ดังนั้นหมูปิ้งจึงตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้เช่นกันครับ ส่วนทำเลก็พวกตามในปั๊มน้ำมัน ตามริมถนนสายหลักต่างๆ ตามบริเวณตลาด

3.หาซื้อหมูปิ้งที่ไหนดี

จะหาซื้อหมูปิ้งจากที่ไหนมาขายดีครับ นี้เป็นอีกเรื่องสำคัญที่คุณจะพลาดไม่ได้  เพราะถ้าเลือกไม่ดีอาจจะมีผลกระทบทำให้ท่านเลิกและก็ท้อได้ง่ายๆๆครับ เพราะถ้าไม่อร่อยจริงๆๆ จะไม่เกิดการซื้อซ้ำของลูกค้า ลูกค้าจะมาซื้อลองชิมแล้วก็จะหายไปครับ
แล้วเราจะใช้หลักการอย่างไรในการเลือกหมูปิ้งครับ อ่ะเรามาลองดูกัน
1.หมูปิ้งที่ขายส่งนั้นมีความสดใหม่แค่ไหน  สำหรับข้อนี้ก่อนซื้อคงจะดูไม่ออกครับ แต่ท่านจะสังเกตุได้ก็ต่อเมื่อนำหมูมาย่างแล้ว  ถ้าหมูไม่สดแน่นอนครับ เวลาย่างออกมาสีของหมูปิ้งจะออกสีเขียวเข้มหรือสีคล้ำๆๆ แต่สำหรับธีรยาหมูปิ้งเรารับประกันความสดใหม่ หมูที่เรานำมาทำสดใหม่ทุกวัน จะไม่ใช้หมูข้ามคืนเด็ดขาดครับ

บูตะหมูปิ้ง ขนาดจัมโบ้ รับประกันความอร่อย

2.ความอร่อยของหมูปิ้ง และความประทับใจ  ถ้าจะพูดถึงความอร่อยคงจะพูดยากน่ะครับเพราะแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน บางคนชอบออกหวานๆนิดหนึ่ง บางคนชอบหวานเยอะ บางคนก็ชอบเค็ม โอ้………..มีอีกเยอะครับ แล้วเราจะบอกได้อย่างไรครับว่ามันอร่อยในเมื่อทุกคนไม่เหมือนกัน ผมขอสรุปว่าถ้าอร่อยในที่นี้คือ คนกินส่วนใหญ่บอกว่าอร่อย บอกว่าชอบถือว่าอร่อยแล้วกันครับ คำถามของท่านถัดมาแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าหมูปิ้งเจ้านี้อร่อย เอ่อท่านก็คิดว่ามันต้องขอลองชิมกันหน่อย แต่ว่าจะหาชิมที่ไหนได้หล่ะ นี้เเหละครับปัญหา และเราก็ได้แก้ไขไว้ให้ท่านลูกค้าเรียบร้อยแล้วครับ เราก็เลยเกณฑ์คนมาชิมแทนให้ท่านลูกค้าชิมแทนท่านเลยครับ จากผลการชิมก็แน่นอนครับ สินค้าเราได้รับคำชมว่าอร่อย นุ่ม หอม มากที่สุด ท่านจึงเชื่อมั่นได้เลยว่าสินค้าเรา รับไปขายแล้วขายดิบขายดีแน่นอนครับ  ส่วนความประทับใจนั้นสำสัญไม่แพ้กันครับ ความประทับใจนี้ผมคิดว่าเกิดจาก3ส่วนด้วยกันครับคือ
1.อร่อย  แน่นอนครับลูกค้าต้องติดใจแน่
2.ความคุ้มค่า ไม้ต้องจัมโบ้ ใหญ่คุ้มกับเงิน10บาท
3.การบริการของแม่ค้าครับ หากท่านมีมนุษย์สัมพันะ์ที่ดีรับรองครับทุกคนชอบคนพูดเพราะ
หากท่านมีทั้ง3ข้อนี้ผมว่าลูกค้าท่านต้องประทับใจและกลับมาซื้อหมูปิ้งท่านทานบ่อยๆๆแน่นอนครับ

3.สะอาดปลอดภัยถูกหลักอนามัย ช่วงหลังนี้ก็มีข่าวเกี่ยวกับการใช้สารบอเเรกซ์ เพื่อทำให้หมูไม่เสีย ไม่มีกลิ่น ง่ายๆๆ  ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และผิดกฎหมายด้วย สังเกตยังไงครับ ยากครับต้องตรวจสอบด้วยชุดทดสอบสารบอแร็กซ์ครับ ผมแนะนำว่าให้สอบถามผู้ผลิตโดยตรงเลยครับว่าใส่สารนี้ไหม หรือเลือกสินค้าจากร้านที่คุณมั่นใจ  ส่วนธีรยาหมูปิ้งเราไม่ใส่สารบอแร็กซ์แน่นอนครับ เพราะเราใช้หมูสดใหม่มีคุณภาพ ควบคุมความเย็นตลอดกระบวนการผลิต และแพ็คแช่แข็งหลังจากการเสียบเสร็จครับ

4.บริการหลังการขาย  แน่นอนครับสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกันเลย ติดต่อได้สะดวกไหม ส่งของได้ตามเวลาไหม สินค้าที่ส่งไปมีปัญหาไหม เช่นไม่ครบ เสียมีกลิ่น รับประกันสินค้าไหม ต้องนำมาพิจารณาประกอบด้วยครับ

4.อุปกรณ์อื่นๆ ในการขายหมูปิ้ง

ต่อไปคือการเตรียมอุปกรณ์ในการขายครับ มีอะไรบ้างมาลองดูกันครับ
1.ก็เตาย่างก่อนเลยครับ

2.โต๊ะวางหรือรถเข็นครับ ปัจจุบันผมมองว่าการใช้โต๊ะวางนั้นสะดวกและง่ายกว่ารถเข็นเยอะ เพราะขายเสร็จสามารถพับเก็บกลับบ้านได้สบายครับ  ไม่ต้องเข็นไปแอบตามซอยต่างๆๆ และไม้ต้องกลัวหายด้วยครับ  เพราะหมูปิ้งใช้พื้นที่ในการวางของไม่เยอะครับ  โต๊ะตัวเดียวก็เพียงพอในวางสิ่งของต่างๆๆในการขายครับ รายละเอียดของโต๊ะนั้น สักกว้าง 80ซ.ม  ยาว 100ซ.ม  ก็พอครับใหญ่กว่าก็ดีวางของง่ายครับ โต๊ะต้องรับน้ำหนักเตาย่างได้น่ะครับ

3.ถาดและตะแกรงวางหมูปิ้ง  ควรเป็นถาดและตะแกรง สเเตนเลสครับ จะได้ทำความสะอากง่าย  หรือจะหาถาดทั่วไปแล้วเอาใบตองมารองก็จะทำให้สีเขียวใบตองตัดกับสีหมูปิ้ง สวยไปอีกแบบครับ

4.ข้าวเหนียว แนะนำว่าควรใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูครับ มันจะนุ่มและขาว ทำให้ขายง่าย น่าทานครับ และยิ่งเป็นข้าวใหม่ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวด้วยนี้ จะทำให้มีกลิ่นหอมมากเป็นพิเศษเลยครับ

5.อุปกรณ์นึ่งข้าวเหนียว ก็จะมี หม้อนึ่งราคาประมาณ120-200บาท   หวดนึ่งข้าวเหนียวราคาประมาณ 20-100บาท  แล้วแต่ขนาดและรุ่นครับ

6.กระติกเก็บข้าวเหนียว ใช้เป็นกระติกน้ำแข็งทั่วไปครับ ราคาประมาณ 400-700บาท

7.ถุงใส่ข้าวเหนียวและหมูปิ้ง  ถ้าเป็นถุงใส่ข้าวเหนียวโดยทั่วไปแล้วจะนิยมกันอยู่2ขนาดครับ จะเป็นขนาด4xุ6 หรือ 4×7 แล้วแต่คนชอบ ส่วนถุงที่ใส่หมูปิ้งนั้นขนาดจะประมาณ4×8 นิ้ว และก็ต้องมีถุงหิ้วขนาด6×14 นิ้ว ไว้คอยใส่สินค้าทั้งหมดให้ลูกค้าด้วครับ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก moopingkaisong.blogspot.com

By | 2018-04-17T04:14:54+00:00 April 17th, 2018|News|0 Comments

About the Author:

Leave A Comment